ความเป็นมา
ประเทศไทยได้ประกาศความมุ่งมั่นในการประชุม COP26 เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero GHG Emissions) โดยตระหนักถึงบทบาทสำคัญของผืนป่าในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนพันธกิจดังกล่าว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ผลักดันนโยบายเพิ่มและรักษาพื้นที่ป่าคุ้มครองให้มีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 25% ของพื้นที่ประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพของระบบนิเวศป่าไม้ในการกักเก็บคาร์บอน
อย่างไรก็ตาม ผืนป่าหลายแห่งในประเทศไทยยังเผชิญกับปัญหาการกระจายตัวของพื้นที่ป่าและแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ซึ่งส่งผลต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ คุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพ และความสามารถระยะยาวในการกักเก็บคาร์บอนและรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้บริบทนี้ ข้อเสนอการจัดตั้งพื้นที่เตรียมประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแก่งส้มแมว ตามโครงการอนุรักษ์ความเชื่อมต่อของระบบนิเวศ (Connectivity Conservation Project) ถือเป็นการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ การประกาศพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายจะช่วยเสริมสร้างทางเชื่อมทางนิเวศ ฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกแบ่งแยก และรักษาความสมบูรณ์ของหนึ่งในระบบนิเวศป่าที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังส่งเสริมแนวทางอนุรักษ์เชิงภูมิทัศน์ โดยบูรณาการความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ ความเชื่อมต่อของระบบนิเวศ และการบริหารจัดการร่วมกับหน่วยงานรัฐและชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้ทรัพยากรป่าไม้และบริการระบบนิเวศคงอยู่อย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์
2.1 ผลักดันกระบวนการประกาศจัดตั้งพื้นที่เตรียมประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแก่งส้มแมวให้เป็นพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมาย โดยความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.)
2.2 เสริมสร้างการเชื่อมต่อของระบบนิเวศและลดการกระจายตัวของถิ่นอาศัย ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำและพื้นที่สำคัญซึ่งทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมระบบนิเวศและแหล่งกักเก็บคาร์บอน
2.3 ส่งเสริมการอนุรักษ์เชิงภูมิทัศน์โดยพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ชุมชนท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการทรัพยากรป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
ยื่นข้อเสนอต้องเป็นบุคคลหรือองค์กรที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมูลนิธิดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟ
ขอบเขตงาน
4.1 การทบทวนข้อมูลเชิงเทคนิคและการวิเคราะห์ข้อมูล
4.2 การปรึกษาหารือและประสานงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
4.3 การจัดทำเอกสารทางเทคนิคและจัดทำข้อเสนอ
4.4 การจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะ
ระยะเวลาดำเนินงาน: เมษายน – ธันวาคม 2569 (รวม 9 เดือน)
ระยะเวลาส่งมอบงาน: เมษายน – ธันวาคม 2569 (รวม 9 เดือน)
เงื่อนไขการชำระเงิน: แบ่งชำระ 3 งวด ตามความก้าวหน้าและการตรวจรับงาน
ผู้รับผิดชอบโครงการ / ผู้ว่าจ้าง
ช่องทางติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
มูลนิธิดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟ ติดต่อโทร. 02-618-4303-5/ 097-193-8579 หรือ อีเมล: info.th@wwffoundation.org, warissaras@wwf.or.th