ข่าวสารและกิจกรรม

มูลนิธิ WWF สนับสนุนการฟื้นฟูผืนป่าแม่ปิง–อมก๋อย เพื่ออนุรักษ์สัตว์ผู้ล่าและความหลากหลายทางชีวภาพ

Postdate : 06/04/2026

      ในปี 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการสนับสนุนโครงการสำรวจและฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าใน ผืนป่าแม่ปิง-อมก๋อย ซึ่งเป็นหนึ่งในผืนป่าที่มีความสำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย

      ผืนป่าแม่ปิง-อมก๋อยประกอบด้วยพื้นที่อนุรักษ์สำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติแม่ปิง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,400 ตารางกิโลเมตร ในพื้นที่จังหวัดตาก เชียงใหม่ และลำพูน ผืนป่าแห่งนี้มีศักยภาพสูงในการเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะ เสือโคร่ง และสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ โดยในปี 2565 มีการบันทึกภาพเสือโคร่งจากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ และพบร่องรอยตีนเสือโคร่งอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566 ด้วยความสำคัญดังกล่าว มูลนิธิฯ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐดำเนินโครงการสำรวจข้อมูลพื้นฐานประชากรของสัตว์ป่าในพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนงานอนุรักษ์ฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่า และเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันภัยคุกคามในผืนป่าแม่ปิง-อมก๋อย

      โครงการฯ ได้ดำเนินการสำรวจสัตว์ป่าโดยใช้ กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ เพื่อศึกษาการกระจายตัวและความหนาแน่นของประชากรเสือโคร่ง สัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ และสัตว์ป่าที่สำคัญอื่นๆ ในพื้นที่ โดยการสำรวจครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสามแห่ง โดยใช้รูปแบบการสำรวจแบบกริดขนาด 8 x 8 ตารางกิโลเมตร ซึ่งอ้างอิงจากขนาดพื้นที่หากินของเสือโคร่งเพศเมียในประเทศไทย ในแต่ละกริดมีจุดติดตั้งกล้องอย่างน้อยหนึ่งจุด และเว้นระยะห่างระหว่างจุดสำรวจประมาณ 3–4 กิโลเมตร เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างครอบคลุม ด้วยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่ สามารถติดตั้งกล้องสำรวจได้แล้ว 92 จุด ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย 38 จุด อุทยานแห่งชาติแม่ปิง 29 จุด และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น 25 จุด

แผนที่แสดงจุดติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัตในกลุ่มป่าแม่ปิง-ป่าอมก๋อย

      ทั้งนี้ก่อนเริ่มการสำรวจ มูลนิธิฯ ยังได้จัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจำนวน 136 คน เกี่ยวกับเทคนิคการสำรวจด้วยกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติงานภาคสนาม เช่น ความรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยาของเสือโคร่ง การจำแนกร่องรอยสัตว์ป่า การบันทึกข้อมูลภาคสนาม รวมถึงการวางแผนและดำเนินงานสำรวจ

      นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในการปกป้องผืนป่า โดยสนับสนุนการพัฒนาระบบ การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ โดยมีการจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจำนวน 96 คน ณ อุทยานแห่งชาติแม่ปิง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย เพื่อเสริมทักษะด้านการลาดตระเวน การอ่านแผนที่และใช้เข็มทิศ การใช้เครื่อง GPS และสมาร์ทโมบายสำหรับบันทึกข้อมูล ตลอดจนความรู้พื้นฐานด้านนิเวศวิทยาสัตว์ป่า

      มูลนิธิฯ ยังสนับสนุนอุปกรณ์ภาคสนามที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เช่น เครื่อง GPS แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ เปลมุ้ง ฟลายชีท ชุดหม้อสนาม และเตาแก๊สพกพา เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลาดตระเวนและการทำงานในพื้นที่ห่างไกล

      อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญคือ การปรับปรุงสถานีพิทักษ์ป่าทางน้ำ “แก่งสร้อย” ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนร่วมกันจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และ WWF ประเทศไทย โดยสถานีพิทักษ์ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณจุดเชื่อมต่อของพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสามแห่ง จึงมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงานและประสานงานด้านการลาดตระเวน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การล่าสัตว์และการตัดไม้ทำลายป่า ก่อนหน้านี้สถานีพิทักษ์ป่าดังกล่าวได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและอยู่ในสภาพทรุดโทรม ทำให้ไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน ปัจจุบันการปรับปรุงกำลังดำเนินการอยู่ และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายใน เดือนกุมภาพันธ์ 2569