ข่าวสารและกิจกรรม

มูลนิธิ WWF สนับสนุนโครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งในผืนป่าตะวันตกตอนบน

Postdate : 07/06/2026

      โครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งในผืนป่าตะวันตกตอนบน เป็นความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช WWF ประเทศไทย และมูลนิธิดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟ ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะเสือโคร่ง ซึ่งเป็นผู้ล่าลำดับสูงและเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของผืนป่า ทั้งนี้ผืนป่าตะวันตก (Western Forest Complex) มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 19,000 ตารางกิโลเมตร และประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ คลองลาน คลองวังเจ้า และพื้นที่เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง เนื่องจากเป็นทั้งแหล่งอาศัย แหล่งหากิน และทางเชื่อมต่อของผืนป่าขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประชากรเสือโคร่งลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการลักลอบล่าสัตว์ การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย รวมถึงการลดลงของประชากรเหยื่อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความอยู่รอดของเสือในธรรมชาติ

      ในปี 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟ ได้สนับสนุนการดำเนินงานของโครงการ ทั้งงานวิจัย การฟื้นฟูระบบนิเวศ การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ และการสร้างการมีส่วนร่วมของพื้นที่ โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือ การเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเครื่องมือด้านเทคโนโลยี เช่น เครื่อง GPS คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์พลังงาน เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามสถานการณ์และป้องกันการกระทำผิดในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

      โครงการยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนสัตว์กีบขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกวางป่า ซึ่งเป็นอาหารหลักที่มีสำคัญต่อการอยู่รอดของเสือโคร่ง การดำเนินงานจึงมุ่งเน้นการปล่อยกวางป่าคืนสู่ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2568 ได้มีการปล่อยกวางป่าจำนวน 20 ตัว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน พร้อมทั้งติดตั้งปลอกคอวิทยุดาวเทียมให้กับกวางเพศเมียบางส่วน เพื่อติดตามพฤติกรรม การใช้พื้นที่ และอัตราการรอดชีวิตหลังการปล่อยอย่างเป็นระบบ ข้อมูลที่ได้จากการติดตามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับปรุงแนวทางการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าในระยะยาว นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา โครงการสามารถปล่อยกวางป่าคืนสู่ธรรมชาติได้มากกว่า 100 ตัว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการฟื้นฟูห่วงโซ่อาหารและเสริมสร้างความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ผืนป่าตะวันตกตอนบน อีกหนึ่งส่วนสำคัญของกิจกรรมดังกล่าว คือ การสนับสนุนการเพาะเลี้ยงและปรับปรุงสถานที่สำหรับสัตว์ป่าที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยการซ่อมบำรุงคอกเลี้ยงกวางป่าในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายพันธุ์และเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย

      โครงการยังให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดงานวันเสือโคร่งโลก (Global Tiger Day) ซึ่งจัดขึ้นในพื้นที่ชุมชนเพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของเสือโคร่งและระบบนิเวศ รวมถึงการจัดงานวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก ที่มุ่งเน้นการยกย่องและสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้าในการปกป้องผืนป่า

      นอกจากนี้ โครงการยังได้เข้าร่วมเวทีสัมมนาสัตว์ป่าเมืองไทย ซึ่งเป็นเวทีวิชาการสำคัญที่รวบรวมนักวิจัย นักอนุรักษ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนต่อยอดแนวทางการอนุรักษ์สัตว์ป่าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเข้าร่วมดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้โครงการนำเสนอผลลัพธ์จากพื้นที่จริง แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือใหม่ๆ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชนรอบพื้นที่อนุรักษ์ถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

      อีกทั้งโครงการได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้และรณรงค์ด้านการอนุรักษ์ รวมทั้งสิ้น 42 ครั้ง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งเยาวชน ครู และประชาชนในพื้นที่โดยรอบอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และคลองลาน อาทิเช่น การจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนผ่านกิจกรรมครูป่าไม้เพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่งและสัตว์ป่า การจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สัมผัสธรรมชาติจริง การให้ความรู้ผ่านการจัดนิทรรศการและสื่อประกอบในชุมชน การลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ในตลาดและงานท้องถิ่น ตลอดจนสื่อออนไลน์สำหรับการเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของเสือโคร่งและระบบนิเวศป่าไม้ ลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า และส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการในระยะยาว