ในปี 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูเอฟ ได้สนับสนุนโครงการอนุรักษ์ผืนป่าภาคใต้ของประเทศไทย ในอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง และความร่วมมืออนุรักษ์ข้ามพรมแดนฮาลา–บาลา – รอยัลเบลุม ซึ่งมุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในผืนป่าภาคใต้ของประเทศไทย ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และการส่งเสริมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อคุ้มครองระบบนิเวศป่าเขตร้อนที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
โครงการดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินงานในสองพื้นที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มป่าคลองแสง–เขาสก ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินงานภายใต้โครงการ Eyes on the Forest และกลุ่มป่าฮาลา–บาลา ซึ่งเป็นผืนป่าดิบชื้นที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศ และเป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทยที่ยังคงเป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่งสายพันธุ์มลายู โดยผืนป่าแห่งนี้ยังเชื่อมต่อกับอุทยานแห่งรัฐรอยัลเบลุม ประเทศมาเลเซีย


ภายใต้การดำเนินงานดังกล่าว มูลนิธิ WWF ได้สนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ภาคสนามที่จำเป็นให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและทีมวิจัยในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา–บาลา และอุทยานแห่งชาติบางลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานลาดตระเวนและติดตามสัตว์ป่า อุปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนประกอบด้วย กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ เครื่องกำหนดตำแหน่ง (GPS) โทรศัพท์สื่อสารผ่านดาวเทียม เปลสนาม ผ้าใบกันฝน และกระเป๋าเป้เดินป่า ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานภาคสนามในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังได้เริ่มดำเนินการสำรวจสัตว์ป่าโดยใช้กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา–บาลา และอุทยานแห่งชาติบางลาง โดยเป็นความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่จากพื้นที่อนุรักษ์และสถานีวิจัยสัตว์ป่าฮาลา–บาลา พร้อมการสนับสนุนอุปกรณ์จากมูลนิธิ WWF ผลจากการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพในระยะเริ่มต้นสามารถบันทึกหลักฐานการพบเสือโคร่งมลายูในพื้นที่ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับการวางแผนอนุรักษ์และลดภัยคุกคามต่อสัตว์ป่าในระยะยาว



อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การจัดฝึกอบรมเสริมสร้างศักยภาพด้านทักษะการลาดตระเวนเชิงคุณภาพให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจำนวน 45 นาย จากอุทยานแห่งชาติบางลาง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา–บาลา และอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว โดยได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การฝึกอบรมดังกล่าวครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่เทคนิคการลาดตระเวน การวางแผนปฏิบัติการ การค้นหาและจับกุมผู้กระทำผิด ตลอดจนการฝึกสมรรถภาพทางกายและสถานการณ์จำลอง เพื่อเสริมสร้างความพร้อม ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานภาคสนามของเจ้าหน้าที่
ในด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค มูลนิธิ WWF ยังได้สนับสนุนการศึกษาดูงานและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ของประเทศไทยและมาเลเซีย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล จากหลายประเทศ และเจ้าหน้าที่พื้นที่อนุรักษ์เข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การติดตามสัตว์ป่า และแนวทางการอนุรักษ์ข้ามพรมแดนอย่างบูรณาการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระยะยาวเพื่อคุ้มครองผืนป่าที่เชื่อมโยงกันระหว่างสองประเทศ

มูลนิธิ WWF ยังได้สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการข้อมูล การวิเคราะห์ และการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในระดับพื้นที่ โดยมีการประยุกต์ใช้ระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ Geospatial Conservation Database (GCD) ร่วมกับระบบ Eyes on the Forest เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพป่า การเฝ้าระวังการบุกรุกพื้นที่ และการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านการอนุรักษ์